ท็อป 3

    ในลีกสูงสุดของแต่ละประเทศก็จะมียักษ์ใหญ่ที่เป็นทีมชั้นนำของประเทศนั้นๆ ที่จะเป็นมหาอำนาจลูกหนังในประเทศ อย่างในศึกพรีเมียร์ลีกที่สมัยก่อนจะมีทีมชั้นนำที่ถูกเรียกว่าบิ๊ก 4 แต่ตอนนี้ก็มีการขยายอำนาจออกมากเป็นบิ๊ก 6 ซึ่งทำให้การเบียดแย่งแชมป์กันสนุกมากยิ่งขึ้น แต่ในศึกลา ลีก้าสเปนนั้นจากแต่ก่อนที่จะมีเพียงเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าที่จะเป็น 2 มหาอำนาจลูกหนังของประเทศที่มาจาก 2 ขั้วทางการเมืองด้วย ทำให้มีความน่าสนใจเสมอเวลาต้องขับเคี่ยวกัน โดยในช่วงก่อนหน้านี้ก็จะมีทีมที่ผลัดเปลี่ยนกันแทรกขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงในการแย่งแชมป์บ้าง หรือโผล่มาเป็นอันดับที่ 3 ของลีกบ้างเป็นระยะ แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน และต้องตกลงไปตามกาลเวลา แต่ในระยะหลังมานี้มีแอตเลติโก มาดริดที่ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ต่อกรที่สร้างความลำบากให้กับ 2 มหาอำนาจลูกหนังอยู่ตลอดหลังจากที่พวกเขามีดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์เข้ามาคุมทีม ซึ่งตั้งแต่อดีตนักเตะทีมชาติอาร์เจนติน่ามาคุมทีม “ตราหมี” นั้น เขาไม่เคยพาทีมตกลงไปเกินอันดับที่ 3 ของตารางเลย ทำให้ตอนนี้ถูกมองว่าพวกเขาจะกลายเป็นทีมที่ 3 ที่จะครองความยิ่งใหญ่ในสเปน และในยุโรปด้วย

ฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ 3 อันดับแรกของตารางลา ลีก้า สเปนก็คงจะเป็นหน้าเดิมอย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าใครจะอยู่อันดับไหนตอนจบฤดูกาลเท่านั้น โดยมีทางเรอัล มาดริดที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วถูกแอตเลติโก มาดริดแซงขึ้นไปเป็นอันดับ 2 ได้สำเร็จ และในฤดูกาลนี้พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ซึ่งถูกมองว่าไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นด้วย เนื่องจากพวกเขาต้องเสียหัวเรือใหญ่อย่างซีเนอดีน ซีดาน รวมถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงที่กลายเป็นตำนานของสโมสรออกจากทีมไปพร้อมกันด้วย ทำให้น่าจะส่งผลกระทบต่อทีมอย่างแน่นอน ส่วนอีก 2 ทีมอย่างบาร์เซโลน่า และแอตเลติโก มาดริด ต่างมีการเสริมทัพได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะแอตเลติโก มาดริด ที่เหมือนจะมีเป้าหมายในการโค่นบัลลังค์ของ 2 ยักษ์ใหญ่ในฤดูกาลนี้ ด้วยการใช้งบประมาณไปเกิน 100 ล้านยูโรในการเสริมทีมในตลาดรอบนี้ รวมถึงยังสามารถรั้งอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวเก่งที่ไปได้แชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติฝรั่งเศสมาด้วย ให้อยู่กับทีมต่อไปได้อีกด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้มีข่าวว่าดาวเตะวัย 27 ปีจะย้ายออกจากทีมมาโดยตลอด