การทำประตูที่ลดลง

 

การแข่งขันฟุตบอลลา ลีก้าสเปน เคยเป็นการแข่งขันที่น่าดูชมลีกหนึ่งของยุโรป เนื่องจากแต่ละทีมในประเทศนี้จะเน้นการเล่นฟุตบอลกับพื้น และจะมีการต่อบอลที่สวยงาม และนักเตะก็มีทักษะ และชั้นเชิงที่สูง ทำให้แต่ละเกมนั้นดูสนุกมากทีเดียว ซึ่งบาร์เซโลน่าในยุคของเป็ป กวาดิโอล่า เคยสร้างระบบการเล่นที่ถูกเรียกว่า ‘ติกิ ตาก้า’ ด้วย ซึ่งเป็นการต่อบอลทำชิ่งกันเป็นหลักนั่นเอง ซึ่งทำให้หลายๆ ทีมเริ่มสร้างระบบตาม และเน้นการเล่นเกมรุกเป็นหลัก แต่มาในฤดูกาลนี้ลีก ลา ลีก้า กลับประสบปัญหาในการทำประตู ซึ่งแต่ละนัดจะมีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่ต่ำ และน้อยมาก ซึ่งมันทำให้ความสนุกของแต่ละเกมนั้นน้อยลงไปด้วย และก็มีผลกระทบต่อภาพรวมของลีกที่เริ่มจะได้รับความนิยมน้อยลงไปเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้

ทีม “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า และทีม “ราชันย์ชุดขาว” เรอัล มาดริด คือทีมที่เคยเป็นเจ้าแห่งการทำประตูของลีกนี้ แต่ว่าในฤดูกาลนี้เหลือเพียงบาร์เซโลน่าเท่านั้น ที่ยังสามารถทำประตูได้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน โดยทำไปได้ 37 ประตูจาก 14 นัด ซึ่งก็ไม่ได้ถือว่าสุดยอดมากนัก แต่ว่าถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนเรอัล มาดริดนั้นการทำประตูตกไปอย่างชัดเจน หลังจากที่ไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่ในทีม โดย 14 นัดแรกพวกเขาทำได้แค่เพียง 22 ประตูเท่านั้น ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยไม่ถึง 2 ประตูต่อนัดด้วยซ้ำ ซึ่งไม่ใช่แค่เรอัล มาดริดเท่านั้นที่ประสบปัญหาในการผลิตสกอร์ แต่ทุกทีมในลีกนอกจากบาร์เซโลน่า ล้วนแล้วแต่มีค่าเฉลี่ยนต่อนัดไม่ถึง 2 ประตูซักทีม ไม่เว้นแม้แต่เซบีญ่า ที่ได้รับคำชมว่ามีแนวรุกที่ยอดเยี่ยม และกองหน้าคู่ของพวกเขาอย่างอังเดร ซิลวา และวิสซัม เบน เยดแดร์ แต่ก็ไม่ได้มีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่สูงแต่อย่างใด ส่วนทีมที่เหลือในลีกนั้นย่ำแย่เป็นเอย่างมากในเรื่องของการทำประตู โดยที่ค่าเฉลี่ยส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 15-17 ประตูเท่านั้นจาก 14 นัดแรก โดยเฉพาะบาเลนเซียยิ่งน่าผิดหวังสุดๆ เนื่องจากพวกเขาทำได้เพียงแค่ 11 ประตูเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าเฉลี่ยแล้วพวกเขาทำประตูได้ไม่ถึง 1 ลูกด้วยซ้ำในแต่ละนัดที่ลงสนาม ทำให้ความน่าตื่นตาตื่นใจของการแข่งขันลา ลีก้าสเปนในฤดูกาลนี้นั้นลดน้อยลงไปด้วย ถึงแม้ว่าตารางคะแนนในกลุ่มหัวตารางจะสูสีในตอนนี้ก็ตาม แต่หัวใจหลักของฟุตบอลที่สนุกก็คือการทำประตูให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

บทความโดย p8slot.com

‘กรีซมันน์’ ผู้น่าผิดหวัง

     บทความฟุตบอลโดย scr888 ในปี 2018 นี้ ถือว่าเป็นปี่สุดยอดของนักเตะฝรั่งเศสหลายคนอย่างที่แฟนบอลทราบกันดี เพราะทีมชาติฝรั่งเศสสามารถทะลุไปเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกได้สำเร็จเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่นักเตะในทีมชาติฝรั่งเศสหลายคนฟอร์มดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งเลยก็ว่าได้ ทั้งราฟาเอล วาราน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แบลส มาตุยดี้ ปอล ป็อกบา รวมถึงอองตวน กรีซมันน์ กองหน้าตัวจริงของทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกด้วย ซึ่งเขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะระดับท็อปของโลกมาได้ 3-4 ปีแล้ว หลังจากที่เขาย้ายจากเรอัล โซเซียดาดมาร่วมทีมแอตเลติโก มาดริดที่มีดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือชาวอาร์เจนไตน์คุมทีม โดยในปี 2018 นี้ถือว่ากรีซมันน์เป็นนักเตะฝรั่งเศสอีกคนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจากในระดับสโมสรเขาก็สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีกมาครองได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และต่อมาก็ช่วยทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกมาครองได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรองราฟาเอล วาราน กองหลังจากเรอัล มาดริดก็ตาม ที่กองหลังร่างโย่งได้แชมป์ยุโรปใบใหญ่กว่าอย่างถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผลงานส่วนตัวของกองหน้าวัย 27 ปีก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เมื่อเขาทำได้ 4 ประตูในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา และเป็นรองดาวซัลโวของทัวร์นาเม้นต์ด้วย

แต่ทว่าตามงานประกาศรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมต่างๆ อองตวน กรีซมันน์ กลับเป็นได้เพียงแค่ไม้ประดับเท่านั้นในปีนี้ โดยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมกลับตกเป็นของลูก้า โมดริช กองกลางทีมชาติโครเอเชียจากเรอัล มาดริด แทบจะทุกสำนักที่มีการประกาศรางวัล ทำให้ก่อนหน้านี้กรีซมันน์ก็ได้ออกมาบ่นเล็กๆ ด้วยว่าแชมป์ฟุตบอลโลกที่พวกเขาคว้ามาน่าจะมีศักดิ์ศรีเป็นรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไปเสียแล้ว ซึ่งในฤดูกาลนี้ผลงานของอองตวน กรีซมันน์ก็เริ่มดร็อปลงไปจากฤดูกาลก่อนๆ แล้วด้วย เมื่อผ่านมา 14 นัดของฤดูกาล แต่เขากลับช่วยแอตเลติโก มาดริดทำได้เพียง 3 ประตูเท่านั้น และกับอีก 5 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของเขามากๆ หากเทียบกับ 4 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาถูกยกให้เป็นนักเตะหมายเลข 3 ของลีกด้วยซ้ำ โดยเป็นรองเพียงลิโอเนล เมสซี่ และคริสเตียโน่ โรนัลโด้ 2 ยอดดาวเตะของโลกเท่านั้น ด้วยผลงานที่แย่ของดาวเตวัย 27 ปี ทำให้ฟอร์มของทีมแอตเลติโก มาดริดก็ได้รับผลกระทบไปด้วยในฤดูกาลนี้ เมื่อทีม “ตราหมี” สามารถทำได้เพียงแค่ 18 ประตูเท่านั้นจาก 14 นัดแรกของฤดูกาล

คู่แข่งดาวซัลโวรายใหม่

    บทความฟุตบอลโดย live22vip.net หลังจากที่เรอัล มาดริด ปล่อยตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะชาวโปรตุกีสออกจากถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวไป ทำให้ก่อนเริ่มฤดูกาลผู้สรรทัศกรณีต่างมองว่าตำแหน่งดาวซัลโวของศึกลา ลีก้าสเปนในฤดูกาลนี้จะต้องตกเป็นของลิโอเนล เมสซี่ ยอดดาวเตะชาวอาร์เจนไตน์ของทางบาร์เซโลน่าอย่างแน่นอน เนื่องจากระยะหลังมานี้ 2 ยอดดาวเตะของโลกในยุคปัจจุบันก็ขับเขี้ยวแย่งชิงรางวัลโทรเฟโอ ปิชิชี่กันมาโดยตลอด โดยมีเพียงหลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยที่ขึ้นมาสอดแทรกคว้ารางวัลนี้ไปครองได้เมื่อฤดูกาล 2015-2016 เท่านั้น แต่ว่าในลา ลีก้าสเปนฤดูกาลนี้ ก็ได้มีผู้ท้าชิงตำแหน่งดาวซัลโวของลีกรายใหม่ ที่เข้ามาท้าชิงกับลิโอเนล เมสซี่ในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังจากผ่านการแข่งขันมาเกือบครึ่งฤดูกาลแล้วก็ยังสามารถเกาะกลุ่มอยู่ในตำแหน่งหัวแถวของทำเนียบดาวซัลโวได้ด้วย โดยมี 2 คนด้วยกันในฤดูกาลนี้ที่มีโอกาสเบียดลุ้นไปจนจบฤดูกาล ซึ่งได้แก่

คริสเตียน สตัวนี่ กองหน้าตัวเก๋าทีมชาติอุรุกวัย ที่ก่อนหน้านี้ก็ได้พเนจรไปค้าแข้งอยู่กับหลายสโมสรในยุโรป โดยเขาค้าแข้งอยู่ในสเปนเป็นหลัก แต่ผลงานก็ไม่ได้ดีนัก แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วคิโรน่าที่เป็นน้องใหม่ของลา ลีก้าสเปนเมื่อปีที่แล้ว ตัดสินใจคว้าตัวมาร่วมทีมแบบไม่เปิดเผยค่าตัว ซึ่งเขากลับมาแจ้งเกิดได้อีกครั้งทันที ถึงแม้ว่าจะมีอายุถึง 32 ปีแล้ว แต่เขากลับทำได้ถึง 21 ประตูในลา ลีก้าปีก่อน ทำให้เขาเป็นอันดับ 5 ของลีกในทำเนียบดาวซัลโวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และฤดูกาลนี้เขาก็เริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม และทำไปได้แล้วถึง 11 ประตูจาก 14 นัดแรกของฤดูกาล

อีกรายที่มาแรงในฤดูกาลนี้ก็คือยาโก้ อัสปาส ตัวรุกทีมชาติสเปนจากเซลต้า บีโก้นั่นเอง ซึ่งปีกวัย 31 ปีรายนี้กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอดหลังจากย้ายมาอยู่กับเซลต้า บีโก้ และเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาก็ทำได้ถึง 22 ประตูในลีก และเป็นอันดับ 4 ของดาวซัลโวเมื่อฤดูกาลก่อน และมาในฤดูกาลนี้เขาก็ทำไปได้แล้วถึง 10 ประตูจาก 14 นัดแรกของฤดูกาลนี้ ซึ่งจากสถิติ 3 ฤดูกาลที่ผ่านมาที่เขาเล่นให้กับเซลต้า บีโก้ เขาทำประตูได้เพิ่มขึ้นทุกปี และดูจากแนวโน้มแล้วในฤดูกาลนี้เขามีโอกาสมากทีเดียวที่จะทำได้มากกว่า 22 ประตูที่เขาทำไว้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว และหากทำได้ก็มีโอกาสไม่น้อยที่จะได้ลุ้นรางวัลปิชิชี่ในฤดูกาลนี้

“ค้างคาว” ผู้น่าผิดหวัง

    “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย ทีมดังของศึกลา ลีก้าสเปน ที่เคยเป็นทีมที่ก้าวขึ้นมาโด่งดังในช่วงปลายทศวรรษ 90 ต่อมาจนต้นยุคปี 2000 ซึ่งตอนนั้นพวกเขามีราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือคนเก่งคุมทีมอยู่ และก็ได้ผลิตนักเตะดาวดังของสเปนในยุคนั้นหลายราย ทั้งฆัวกิน ซานเชซ บิเซ็นเต้ โรดริเกซ  2 ปีกของทีมชาติสเปนในตอนนั้น รวมถึงกาอิซก้า เมนดิเอต้า กองกลางที่เคยค่าตัวแพงที่สุดในโลกด้วย แต่พวกเขาก็เริ่มตกต่ำลงไปเรื่อยๆ ตามระยะเวลา แต่เมื่อฤดูกาลี่แล้วบาเลนเซียกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง หลังจากที่ไปดึงมาร์เซลิโน่ การ์เซีย โตรัล กุนซือหนุ่มที่คุมทีมบีญาร์เรอัลได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลก่อนหน้านี้มาคุมทีม รวมถึงการที่พวกเขาปั้นนักเตะดาวรุ่งขึ้นมาช่วยทีมได้หลายคนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วย ทำให้พวกเขามีนักเตะฝีเท้าดีอยู่ในทีมหลายรายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้พวกเขาสามารถกลับขึ้นไปจบอันดับที่ 4 ของตารางลา ลีก้าสเปนได้สำเร็จ และเป็นรองเพียง 3 ทหารเสือจอมแกร่งของลีกในยุคนี้อย่างบาร์เซโลน่า เรอัล มาดริด และแอตเลติโก มาดริดเท่านั้น และทำให้ทีมได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้งในฤดูกาลนี้ด้วย หลังจากที่ทีมห่างหายไปจากฟุตบอลรายการใหญ่ของยุโรปถึง 2 ปี

ก่อนเริ่มฤดูกาลนี้แฟนบอลของทีมได้ตั้งความหวังกับผลงานของทีมในฤดูกาลนี้มากทีเดียว ว่าจะสามารถทำผลงานได้ดีขึ้นกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากการซื้อขายนักเตะช่วงก่อนเปิดฤดูกาลทีมก็ลงทุนไปมาก และได้นักเตะชั้นยอดเข้าสู่ทีมหลายคนทีเดียว ทั้งกอนซาโล่ เกเดส ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกส กอฟฟี่ ก็องด็อกเบีย 2 ดาวเตะที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขายืมตัวมาใช้งานและทำผลงานได้ดี ทำให้ทีมตัดสินใจซื้อขาดมาร่วมทีมแบบถาวร นอกจากนั้นยังมีเกแว็ง กาเมโร่ กองหน้าจากแอตเลติโก มาดริดมาอีกด้วย นอกจากนั้นยังยืมตัวเดนิส เชริเชฟ ปีกทีมชาติรัสเซีย และมิชี่ บาตชัวญี่ กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมมาร่วมทีมได้อีกด้วย โดยพวกเขาเสียไปเพียงเจา คันเซโล่ แบ็คขวาทีมชาติโปรตุเกสออกจากทีมไปเพียงรายเดียวเท่านั้น ซึ่งแทบไม่มีผลกับทีมด้วยซ้ำ เนื่องจากฤดูกกาลที่แล้วเขาก็ถูกปล่อยให้อินเตอร์ มิลานยืมตัวไปใช้งาน แต่ผลงานของบาเลนเซียในฤดูกาลนี้กลับไม่ดีนัก โดยพวกเขาทำได้เพียงแค่เสมออยู่บ่อยครั้ง ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่เสมอมากที่สุดในลีกเวลานี้

แปลและเรียบเรียงโดย 918kissbyp8.com

ลา ลีก้า ที่จืดชืด

          ศึกฟุตบอลลา ลีก้า สเปน ถือว่าเป็น 1 ใน 5 ลีกชั้นนำของทวีปยุโรปมาอย่างยาวนาน โดยลีกสูงสุดของประเทศสเปนได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในช่วง 10 ปีหลังสุด ถึงแม้ว่าจะยังคงเป็นรองพรีเมียร์ลีกของประเทศอังกฤษก็ตาม แต่พวกเขาก็ได้ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ในด้านของความนิยมเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเวลานี้ โดยเฉพาะในช่วงที่เรอัล มาดริด มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสอยู่ในทีม และบาร์เซโลน่ามีลิโอเนล เมสซี่ เป็นแกนนำของฝั่งทีมจากกาตาลุนญ่า ซึ่ง 2 ดาวเตะนี้เป็นดาวเตะที่ชิงนักเตะหมายเลข 1 ของโลกกันมาโดยตลอดในช่วง 10 ปีหลัง และรว%

เต็งตกชั้นหลังผ่านนัดแรก

    หลังจบสัปดาห์แรกของศึกลา ลีก้าสเปน บ่อนรับพนันที่ถูกกฏหมายของต่างประเทศก็ต่างปรับราคากันยกใหญ่ หลังจากที่ผลการแข่งขันในสัปดาห์แรกออกมา รวมถึงการปรับราคาในเรื่องของอีเว้นต์ต่างๆ ด้วย โดยตอนนี้บ่อนรับพนันเกือบ 20 แห่งต่างปรับราคา 3 ทีมน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาจากเซกุนด้า เบเมื่อปีที่แล้ว โดยมี 2 ใน 3 ทีมน้องใหม่ทำผลงานในนัดแรกได้ดีเกินคาด แต่โดยรวมแล้วพวกเขาก็ยังเป็นเต็ง 1-3 ที่จะตกชั้นในลา ลีก้าอยู่ดี แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้หลายคนได้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่จะมาเอาชนะกันได้ง่ายๆ  โดยมีเพียงราโย่ บาเญกาโน่เท่านั้น ที่แพ้อย่างขาดลอยในนัดแรกของฤดูกาล แต่แพ้ให้กัเซบีญ่า ซึ่งก็ไม่ถือว่าแปลกแต่อย่างใด

ฮูเอสก้า ทีมน้องใหม่ที่ถึงแม้ว่าจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการบุกเอาชนะเออิบาร์ได้ถึงถิ่น 2-1 แต่ตอนนี้เขาก็ยังเป็นเต็ง 1 ที่จะต้องตกชั้นอยู่ดี แต่ราคาต่อรองนั้นถูกปรับให้เพิ่มขึ้นมาจากเดิม โดยตอนนี้เป็นราคาแทง 5 ได้ 4 หรือบางที่แทง 11 ได้ 10 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากก่อนเริ่มฤดูกาลด้วย ซึ่งหมายความว่าบ่อนรับพนันยังมั่นใจว่าฮูเอสก้าจะต้องตกชั้นในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ส่วนอีกทีมที่ได้ผลการแข่งขันที่ดีก็คือเรอัล บาญาโดลิด น้องใหม่ที่บุกไปยันเสมอคิโรน่าได้ 0-0 ถึงแม้ว่ารูปเกมจะเป็นรองมากก็ตาม โดยพวกเขาได้โอกาสยิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำให้พวกเขายังเป็นเต็ง 3 อยู่ในเวลานี้ที่ราคาแทง 4 ได้ 7 ส่วนอีกทีมน้องใหม่ที่ฟอร์มแย่แต่ต้นเลยคือราโย่ บาเญกาโน่ เมื่อพ่ายให้กับเซบีญ่าแบบยับเบิน 1-4 ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นเต็ง 2 ที่จะต้องตกชั้นทันที

ถึงแม้ว่าพึ่งจะผ่านไปเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น และมันยังวัดอะไรได้ไม่มากก็ตาม แต่การออกตัวดีก็เหมือนกับการมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมที่ต้องลุ้นหนีการตกชั้น ที่ต้องเก็บชัยชนะนัดแรกให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทีมได้โมเมนตั้ม และกำลังใจที่เต็มเปี่ยมในการต่อสู้หลังจากนี้ ซึ่งฮูเอสก้าถือว่าทำได้ดีมากทีเดียวในนัดแรก ในเรื่องของผลการแข่งขัน ส่วนเรื่องของรูปเกมนั้นก็ถือว่าทีมน้องใหม่ต่างก็เป็นรองคู่แข่งด้วยกันทั้งนั้น แต่ฮูเอสก้ากลับเอาตัวรอด และเก็บชัยชนะมาได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ได้ขึ้นมาเล่นในศึกลา ลีก้าสเปนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสรด้วยซ้ำ แต่สามารถเก็บชัยชนะประวัติศาสตร์ได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาลเลยทีเดียว

พลิกล็อคตั้งแต่นัดแรก

     บทความฟุตบอลโดย live22sure.com ลา ลีก้า ของสเปนที่มีการแข่งขันในเกมแรกกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยบรรดาทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด ต่างก็เล่นในบ้านของตัวเอง และเก็บชัยชนะได้แบบไม่เสียประตูทั้ง 2 ทีม และทีมที่ฟอร์มดีที่สุดจนทำให้ขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตารางหลังจากจบแมตช์ เดย์แรกก็คือเซบีญ่า ที่บุกไปเอาชนะน้องใหม่อย่างราโย่ บาเญกาโน่ได้ถึง 4-1 แต่มีผลการแข่งขัน 1 คู่ที่ถือว่าพลิกล็อคที่สุดประจำสัปดาห์ก็คือนัดที่เรอัล เบติส ทีมที่คว้าอันดับ 6 ของตารางได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เปิดสนามเอสตาดิโอ เบนิโต้ บีญามาริน ต้อนรับการมาเยือนของ “ค้างคาวน้อย” เลบานเต้ ที่รอดพ้นการตกชั้นมาได้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ด้วยผลงานการชนะรวดในช่วงท้ายฤดูกาล ซึ่งนัดนี้เกจิอาจารย์ดังต่างมองว่าเรอัล เบติสเหนือกว่ามาก และน่าจะเอาชนะผู้มาเยือนได้ไม่ยาก แต่ผลปรากฏว่าเจ้าถิ่นเรอัล เบติส ต้องแพ้คาบ้านอย่างยับเยินให้กับเลบานเต้ถึง 0-3 ซึ่งพวกเขามีการเปลี่ยนแปลงนักเตะจากฤดูกาลที่แล้วหลายรายด้วยกัน

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เรอัล เบติสทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้นักเตะหลายๆ คนที่ผลงานดีตกเป็นเป้าหมายของทีมดังๆ ในยุโรปที่สนใจคว้าตัวไปร่วมทีม ไล่ตั้งแต่อันโตนิโอ อดาน ผู้รักษาประตูที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเหนียวมาก ก็ย้ายไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด  ส่วนฟาเบียน รุยซ์ กองกลางตัวเก่งก็ถูกนาโปลีทุ่มเงินคว้าตัวไปร่วมทีม รวมถึงกองหลัง 2 ตัวหลักด้วย โดยพวกเขาก็ไปหาตัวแทนมาร่วมทีมแทน โดยกองกลางที่เสียฟาเบียน รุยซ์ไป ก็ไปได้วิลเลี่ยม คาร์วัลโญ่ กองกลางตัวรับทีมชาติโปรตุเกสจากสปอร์ติ้ง ลิสบอนมาร่วมทีมแทน ส่วนแนวรุกพวกเขาก็ได้ตัวทากาชิ อินูอิ กองกลางทีมชาติญี่ปุ่นที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาด้วย แต่ในนัดที่แพ้ให้กับเลบานเต้คาบ้าน 0-3 เขาเป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ส่วนกุนซือก็ยังเป็นกิเก้ เซเตียนเหมือนอย่างฤดูกาลที่แล้วตามเดิม

รูปเกมนั้นเป็นทางเรอัล เบติสบุกเข้าใส่ผู้มาเยือนอย่างหนักในครึ่งแรก และมีโอกาสยิงถึง 10 ครั้ง แต่กลับมาถูกสวนกลับครั้งเดียวเสียประตูไปเลย ทำให้ครึ่งหลังพวกเขาเปิดหน้าเข้าแลกทันที และได้โอกาสยิงเพิ่มมากขึ้นเป็น 12 ครั้งในช่วงครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ และสุดท้ายก็ไปโดนเกมโต้กลับของเลบานเต้เล่นงาน โดยไปเสียอีก 2 ประตูในครึ่งเวลาหลังให้กับทีมเยือนจากโฆเซ่ โมราเลส กองกลางวัย 31 ปีของทีมเยือน

แนวคิดการไปเตะต่างแดน

    มีเรื่องที่กำลังเป็นข้อถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในหมู่แฟนบอลลา ลีก้าของประเทศสเปน ที่พวกเขามีแนวคิดที่จะเอาการแข่งขันในศึกลา ลีก้าสเปนบางนัดไปทำการแข่งขันในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อการตีตลาด และการเพิ่มฐานแฟนบอลให้มากขึ้นด้วย ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลสเปนได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยว่าจะทำอย่างแน่นอน แต่จะมีเพียงแค่ประมาณ 2 นัดเท่านั้นในแต่ละฤดูกาล แต่ก็ยังไม่ได้มีการยืนยันว่าเป็นคู่ไหน และเมื่อไหร่ แต่แค่เพียงการออกมาประกาศถึงแนวคิดนี้ ทางสมาพันธ์ฟุตบอลสเปน และทางลา ลีก้าก้โดนบรรดานักเตะในทีมต่างๆ ออกมาต่อต้านกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกัปตันทีมของทั้ง 20 สโมสรในศึกลา ลีก้าสเปนฤดูกาลนี้ ที่มีความเห็นตรงกันว่าไม่ควรที่จะย้ายการแข่งขันไปเล่นในต่างแดน แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ไม่กี่นัดต่อฤดูกาลก็ตาม

แนวคิดนี้มีการเอามาใช้กับกีฬาของคนอเมริกันอย่างศึกอเมริกันฟุตบอล ที่มีการเอาเกมเอ็นเอฟแอลในช่วงฤดูกาลปกติมาเล่นที่สนามเวมบลีย์ ประเทศอังกฤษฤดูกาลละ 1-2 เกม หรืออย่างบาสเก็ตบอลเอ็นบีเอ ก็มีการเริ่มไปแข่งที่ประเทศเม็กซิโกบ้างแล้ว ซึ่งนั่นเป็นกีฬาอเมริกัน ที่มีความได้เปรียบเสียเปรียบในด้านการเล่นเป็นทีมเหย้าทีมเยือนน้อยกว่า แต่ในส่วนของฟุตบอลนั้นการได้เล่นเป็นเจ้าบ้านนั้นถือว่าได้เปรียบเป็นอย่างมาก และการที่แต่ละทีมจะยอมเสียเสิทธิ์การเล่นเป็นเจ้าบ้านและยอมไปเตะในสนามที่เป็นกลางนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดความเสียหายในผลการแข่งขันได้มาก

ที่สำคัญที่สุดในความแตกต่างของกีฬาอเมริกันที่สามารถทำได้ และทีมต่างๆ ยอมที่จะไปเล่นในต่างแดนก็คือ ระบบกีฬาของคนอเมริกันโดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล หรือกีฬาอย่างบาสเก็ตบอลนั้นไม่ได้มีกฏการเลื่อนชั้น หรือตกชั้นแต่อย่างใด ซึ่งถึงแม้ว่าทีมนั้นจะแพ้กี่นัดก็ตาม แต่ก็ไม่มีการตกชั้น ซึ่งฤดูกาลหน้ามาว่ากันใหม่ได้ แต่กับฟุตบอลในลีกยุโรปนั้นไม่ได้เป็นแบบนั้น ทำให้แม้แต่ทีมเล็กๆ ก็ออกมาต่อต้านแนวคิดนี้อย่างเต็มที่ เพราะการเสียสิทธิ์การเล่นเป็นเจ้าบ้านไปสำหรับทีมเล็กๆ นั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ได้เหมือนกัน หากพวกเขาเสียคะแนนในนัดที่ไปเล่นต่างแดนจนทำให้พวกเขาตกชั้นลงไป และแน่นอนว่าทีมยักษ์ใหญ่ของลีกอย่างบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริดก็ไม่ยอมในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เพราะพวกเขาก็ไปทัวร์พรีซีซั่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกากันเป็นประจำอยู่แล้วด้วย

แฮตทริคแรกของฤดูกาล

    โดยปกติแล้ว นักเตะที่จะทำแฮตทริคในศึกลา ลีก้าสเปนแต่ละฤดูกาลจะเป็นของลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าของสโมสรบาร์เซโลน่า หรือไม่ก็คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสที่มีสถิติการทำแฮตทริคมากที่สุดทั้ง 2 คนของลีก แต่ว่าฤดูกาลนี้คนที่ที่ไม่มีดาวยิงสูงสุดของทีมชาติโปรตุเกสอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสแล้ว แต่เหมือนกับส่งน้องร่วมชาติมาทำแฮตทริคเป็นคนแรกแทน นั่นคืออังเดร ซิลวา กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติโปรตุเกสของเซบีญ่านั่นเอง ซึ่งพวกเขาพึ่งไปทำการยืมตัวมาจากเอซี มิลานเมื่อไม่กี่วันก่อนเปิดฤดูกาลนี้เอง และเขากลับกลายมาเป็นนักเตะที่ทำแฮตทริคได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาสามารถช่วยเอซี มิลานทำประตูในกัลโช่ เซเรีย อาได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น แต่พอย้ายมาเซบีญ่ากับทำได้ถึง 3 ประตูภายในนัดเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเหมือนกับการเขียนบทละครให้กับเขาชัดๆ

อังเดร ซิลวา ที่ปัจจุบันมีวัยเพียง 22 เท่านั้นสร้างชื่อมาจากการทำผลงานได้ดีกับเอฟซี ปอร์โต้ในฤดูกาล 2016-2017 ซึ่งเขาทำได้ถึง 21 ประตูในทุกรายการในฤดูกาลนั้น และได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของซุเปอร์ลีก ของโปรตุเกสในเดือนสิงหาคม กันยายน และธันวาคมด้วย และช่วงนั้นทำให้เขาได้ก้าวขึ้นไปติดทีมชาติโปรตุเกส และได้มีโอกาสลงสนามเล่นเป็นกองหน้าร่วมกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ด้วย ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีทีเดียว และถูกมองว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมชาติโปรตุเกสหากหมดยุคของโรนัลโด้ไปแล้วด้วย และหลังจากจบฤดูกาลนั้นเอซี มิลานจึงคว้าตัวไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 40 ล้านยูโร แต่กับเอซี มิลานเขากลับทำผลงานในลีกได้อย่างน่าผิดหวัง โดยสามารถทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้นจากการลงสนาม 24 นัด

เซบีญ่าจึงไปจัดการยืมตัวมาร่วมทีมในสัญญายืมตัว พร้อมออปชั่นในการซื้อขาดภายหลังที่ 35 ล้านยูโร และเพียงนัดแรกเท่านั้นเขาก็ปล่อยของทำแฮตทริคได้ทันที ในนัดที่เซบีญ่าบุกไปชนะราโย่ บาเญกาโน่ ทีมน้องใหม่ของลา ลีก้าได้ 4-1 โดยดาวเตะวัย 22 ปีได้ลงเป็นกองหน้าร่วมกับฟรังโก้ บาสเกวซ ดาวเตะชาวอิตาเลี่ยน ซึ่งอังเดร ซิลวาใช้เวลาเพียง 79 นาทีเท่านั้นก็สามารถทำแฮตทริคได้สำเร็จ ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับเขาได้อย่างมากทีเดียว หลังจากไปเสียเวลากับเอซี มิลานมา 1 ฤดูกาลเต็มๆ

บิ๊กแมตช์สัปดาห์แรก

    ลีกใหญ่ๆ ทั่วยุโรปก็ได้เริ่มทยอยเปิดฤดูกาลกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยลา ลีก้า สเปนก็พึ่งเปิดฉากไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ถือว่ามีเกมการแข่งขันที่ถือว่าเป็นบิ๊กแมตช์ที่น่าติดตามชมตั้งแต่สัปดาห์แรกเลยทีเดียว คือการพบกันระหว่าบาเลนเซีย ทีมที่คว้าอันดับที่ 4 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เปิดรังเมสตาญ่า สเตเดี้ยมพบกับแอตเลติโก มาดริด ทีมที่กำลังมาแรงในฤดูกาลนี้ และเป็นรองแชมป์ของลา ลีก้าสเปนเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วย โดยเกมนั้นแข่งขันกันในวันจันทร์ที่เป็นเกมรองสุดท้ายประจำสัปดาห์

เกมในวันนั้นบาเลนเซียมาเล่นในระบบ 4-4-2 โดยมาร์เซลิโน่ การ์เซีย โตรัล กุนซือคนเก่งของทีมวางเอเซเกล การาย กองหลังอาร์เจนไตน์ยืนตับคู่กับกาเบรี้ยล เปาลิสต้า อดีตกองหลังของอาร์เซน่อลเป็นปราการหลังตัวกลาง แบ็คซ้ายเป็นโฮเซ่ กาย่าตามเดิม ส่วนแบ็คขวาเป็นทางคริสเตียโน่ ปิคคินี่ นักเตะใหม่ชาวอิตาเลี่ยนที่ดึงมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน แดนกลางมีการ์ลอส โซแลร์ ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมยืนเป็นปีกขวา และมีดาเนี่ยล วาสส์ ดาวเตะเดนมาร์กเล่นทางซ้าย คู่กองกลางคือดาเนี่ยล ปาเรโฆ่ ที่เป็นกัปตันทีม คู่กับกอฟฟี่ ก็องด็อกเบีย กองกลางฝรั่งเศส ส่วนกองหน้ามีโรดริโก้ โมเรโน่ กองหน้าทีมชาติสเปน เล่นร่วมกับซานติ มิน่า เหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ทางด้านดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือแอตเลติโก มาดริด วางระบบเก่ง 4-4-2 เหมือนเคย โดยมีการปรับแผงหลังจากนัดยูฟ่า ซุเปอร์ คัพเล็กน้อย โดยเอาเฟลิเป้ ลุยซ์ แบ็คซ้ายบราซิลลงสนามในนัดนี้ ส่วนที่เหลือมีดิเอโก้ โกดิน เล่นกับสเตฟาน ซาวิชเป็นตัวกลาง และฆวนฟราน ดาวเตะตัวเก๋าเป็นแบ็คขวา กองกลางมีซาอูล นิเกซ จับคู่กับโกเก้ ปีกทั้งสองข้างเป็นโตมาส์ เลอมาร์ กับอังเคล กอร์เรอา ส่วนคู่หน้ายังเป็นอองตวน กรีซมันน์ กับดิเอโก้ คอสต้าเช่นเดิม

รูปเกมถือว่าสนุกสูสีมากทีเดียว แต่ว่าทีมเยือนมาได้ประตูออกนำจากจังหวะดักล้ำหน้าพลาดของคริสเตียโน่ เป็คคินี่ กองหลังเจ้าถิ่น ทำให้อังเคล กอร์เรอา หลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ให้ทีมเยือนครึ่งนำในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเป็นทีมเจ้าถิ่นที่แก้เกมมาดี และมาตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ดิเอโก้ โกดินโหม่งสกัดพลาด ทำให้โรดริโก้ โมเรโน่ได้ยิงโล่งๆ ตีเสมอเป็น 1-1 และจบลงด้วยสกอร์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังของแอตเลติโก มาดริด หากว่าเป้าหมายของเขาคือการขยับขึ้นไปเป็นผู้ท้าชิงกับบาร์เซโลน่าอย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้