ค่าฉีกสัญญา

     เป็นเรื่องราวใหญ่โตกันมาแล้วกับกรณีการมีค่าฉีกสัญญาของนักเตะในสเปน โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมยักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศสได้ทำกรณีศึกษามาแล้ว ด้วยการทุ่มเงินจำนวน 222 ล้านยูโร ซึ่งเป็นจำนวนค่าฉีกสัญญาของเนย์มาร์ กองหน้าซุเปอร์สตาร์ชาวบราซิเลี่ยนของบาร์เซโลน่าพอดี และทำให้บาร์เซโลน่าไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอในเงินจำนวนนี้ได้ตามเงื่อนไขในสัญญาที่จะต้องระบุว่าราคาขั้นต่ำที่สามารถฉีกสัญญานักเตะได้ ซึ่งจะใช้กันแค่บางประเทศเท่านั้น โดยเฉพาะทีมในลา ลีก้าสเปนต้องเงื่อนไขข้อนี้ในสัญญาของนักเตะทุกคน เนื่องจากเป็นข้อกฏหมายของประเทศสเปนด้วย ทำให้บาร์เซโลน่าเสียหายมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เนื่องจากเป็นการตั้งราคาค่าฉีกสัญญาระดับสุดยอดนักเตะอย่งเนย์มาร์ในราคาที่ถึงแม้ว่าจะสูงมากแล้วก็ตาม แต่ระดับมหาเศรษฐีจากอาหรับแล้วมันถือว่าเป็นราคาที่จับต้องได้ ทำให้พวกเขาต้องเสียนักเตะออกจากทีมไปแบบหดมทางรั้ง และไม่สามารถป้องกันได้เลย

ในทางกลับกันมันก็ไม่ใช่จุดอ่อนซักทีเดียวกับการมีกฏข้อบังคับข้อนี้ในสัญญา เนื่องจากบางทีอาจจะใช้มันในการหาผลประโยชน์ให้กับทีมก็ได้ ซึ่งนั่นก็คือการตั้งราคาค่าฉีกสัญญาให้มีจำนวนสูงๆ ไว้ หรือเว่อร์ๆ ไปเลยแบบที่เรอัล มาดริดชอบทำกับบรรดานักเตะของพวกเขา ทั้งกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือลูก้า โมดริช ที่พวกเขาตั้งค่าฉีกสัญญาไว้สูงถึง 700 ล้านยูโรเลยทีเดียว ซึ่งมันเป็นสิ่งที่สามารถตั้งได้ เพราะว่ามันก็ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าต้องตั้งค่าฉีกสัญญาไว้ไม่ให้เกินเท่าไหร่แต่อย่างใด

บางทีการตั้งค่าฉีกสัญญาไว้ในจำนวนเงินที่ต่ำบางทีก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด หากนักเตะยังไม่ได้ต้องการอยากจะย้ายออกจากทีมในเวลานั้น ยกตัวอย่างเช่นแอตเลติโก มาดริด ตั้งค่าฉีกสัญญานักเตะไว้ที่ประมาณ 100 ล้านยูโร กับทางอองตวน กรีซมันน์ ที่ถือว่าเป็นนักเตะระดับโลกไปแล้ว และราคาค่าตัว 100 ล้านยูโรในตลาดซื้อขายนักเตะตอนนี้ถือว่าไม่แพงเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่มีใครมาพราเขาออกจากทีม “ตราหมี” ไปได้ เนื่องจากเขายังอยากค้าแข้งกับแอตเลติโก มาดริดต่อไปก่อน ทำให้ทีมต่างๆ ที่ถึงแม้ว่าจะยื่นข้อเสนอมาเป็นจำนวนเงินที่ทำให้แอตเลติโก มาดริดต้องตอบตกลงก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับนักเตะได้เสมอไป หากนักเตะยังต้องการอยู่กับสโมสรนั้นๆ อยู่ แต่กับทีมระดับกลางๆ ที่มักตั้งค่าฉีกสัญญาไว้ประมาณ 40 ล้านยูโรก็มักจะโดนสอยนักเตะไปเป็นประจำอยู่แล้ว